2005/Sep/13

ตอน-----โสด สนิท

เมื่อชาวเรามารวมกันอยู่ภายใต้ร้านอันแสนอบอุ่นที่ชื่อ โสด คาเฟ่

จึงต้องพร้อมใจทำตัวให้สมกับคอนเสปต์ของชื่อร้าน

มิฉะนั้น อาจถูกมองว่า แปลกแยก โดนหยามเหยียดกันไปให้กดดัน

กันไปข้างหนึ่งเลย ..............

คนแรก ที่แสดงเจตนาสวามิภักดิ์ต่อร้านโสด ไม่ว่าจะเต็มใจหรือจำยอมก็ตาม

คนผู้นั้นก็คือ ไอ้ต๊อบ เจ้าของเมนูสุดฮิต โกโก้ฟองฟอดนั่นเอง

เย็นวันหนึ่งไอ้ต๊อบเดินเข้ามาที่ร้าน "พี่ใครมีบุหรี่บ้าง"

ทุกคนเกิดอาการ เหวอแดก ร้อยวันพันปีไม่มีใครเคยเห็นไอ้ต๊อบสูบบุหรี่

ก็แฟนมันเป็นว่าที่คุณหมอนี่คะ ไอ้ต๊อบเลยเป็นคนดี สร้างภาพเอาใจน้องหมอ

"พี่ ไม่มีใครมีบุหรี่เลยเหรอ อะไรวะเดินไปซื้อเองก็ได้" นั่นไง ไอ้ต๊อบเอาแล้ว

มันกลับมาที่ร้านพร้อมซองบุหรี่ Malboro mentol และความจริงที่ถูกเปิดเผย

"พี่ หมอไปแล้ว ฮือ ฮือ พี่หมอไปแล้ว ฮื้อ T_T" งงค่ะ "ต๊อบ เป็นอะไร หมอไปไหน

ร้องไห้ทำไมวะ" " ฮื้ออออ หมอมีคนใหม่แล้ว เค้าบอกเลิกผม ผมจะทำไงดี แง้งงงงง "

ไอ้ต๊อบนั่งร้องไห้จนร้านปิดก็ยังไม่หยุด จนพี่ๆต้องพาไปมันไปนั่งสงบสติที่ร้านเหล้า

แห่งหนึ่ง สอบถามจนได้ความว่า น้องหมอมาบอกเลิกมันเพราะว่าเค้าไปเจอคนใหม่

เป็นหนุ่มนักเรียนสถาปัตย์ ทายาทนักเขียนชื่อดัง งานนี้ไอ้ต๊อบแพ้ล้านเปอร์เซนต์

รูปไม่หล่อ พ่อไม่รวย อ้อ "ไม่หล่อ แต่จน" คือ คอนเสปต์ของมัน.....

คืนที่เธอมาบอกเลิก เธอขับรถมาหาไอ้ต๊อบที่หอ บังเอิญว่าช่วงนั้นฟ้าฝนเป็นใจ

สาดกระหน่ำเหมือนซ้ำเติมคนไม่หล่ออย่างไอ้ต๊อบ เมื่อคุยกันไปซักพัก

เธออธิบายเหตุผลทุกอย่างที่ต้องทิ้งไอ้ต๊อบไปแล้ว ไอ้ต๊อบอึ้ง ได้แต่ร้องไห้

ขอร้องให้เธอกลับมา แต่ก็นั่นแหล่ะของใหม่ ใครก็เห่อ เธอหรือจะยอม

ใจอ่อน เธอปิดประตูสตาร์ทรถห่างออกไปจากไอ้ต๊อบเรื่อยๆๆ

โดยมีไอ้ต๊อบวิ่งตามรถ ทุบท้ายรถ ให้เธอหยุด ท่ามกลางสายฝน

ไอ้ต๊อบเวลานั้นเหมือนคนบ้า ร้องไห้ กินเหล้า นอยแดก

ส่วนน้องหมอ ก็ขยันขับรถผ่านหน้าร้านโสดให้ไอ้ต๊อบช้ำใจซะเหลือเกิ๊นนนนน

หลังจากวันนั้น จนถึงวันนี้ หกปีผ่านไป ไอ้ต๊อบยังคงความโสด

ตามคอนเสปต์ร้านกาแฟได้อย่างเหนี่ยวแน่น ไม่คิดนอกใจเป็นอื่น

เดี๋ยวนี้ มันพอใจกับชีวิตโสดของมันแล้ว มีเพื่อนเป็นหนังโป๊ และน้องหมอ(นวด)

ไอ้ต๊อบก็อยู่ได้อย่างมีความสุข สนุกสนาน............


edit @ 2005/09/13 17:53:50

2005/Sep/11


" เรื่องเล่าชาวโสด "


บทนำ โสด เมนู

เมื่อร้านเล็กๆกลายเป็นร้านใหม่ใหญ่กว่าเดิม

นอกเหนือจากลูกค้าขาประจำที่ตามมาจากรถตู้แล้ว

เราจำเป็นต้องมีแผนการตลาดสำหรับลูกค้า
หน้าใหม่ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นบรรดานักเรียน
นักศึกษาที่อยู่แถวๆนั้น
ที่เดินผ่านมา แล้วหลงกลหลุดเข้ามาในร้าน อิอิ



กระดานดำ แผ่นไม่เล็กไม่ใหญ่
ถูกตอกติดไว้บนที่ชงกาแฟ
เมนูเครื่องดื่ม ถูกเขียนโดยชอล์คสีหวานหลากสี หลายเมนู
ให้ลูกค้าเลือกชิม
เมนูไฮโซ ของร้าน อันประกอบไปด้วย คาปูชิโน เอสเปรสโซ ดอปโป
มอคค่า
และ ลาเต้ ส่วนที่เหลือเป็นชาไฮโซ เอิร์ลเกรย์ และชาผลไม้จาก
บอน คาเฟ

เมนู เอาใจขาโจ๋ ก็มีนะจ้ะ คืนนี้มีบอล
กาแฟสดเข้มข้นกว่าเดิมเล็ก
น้อย เพื่อเพิ่มความสามารถในการนอนดึกได้อีกนิดหน่อย
แต่ก็ไม่น่าจะเกิน
ตีสอง ตีสาม พรุ่งนี้มีสอบ เมนูสำหรับเด็กเรียน
อ่านหนังสือโต้รุ่งยันเช้า
กาแฟสดเข้มข้นมากมาก ห้ามดื่มเกินวันละแก้ว
มิฉะนั้นคุณจะกลายเป็น แพนด้า โดยไม่ได้ตั้งใจ


เมนูสุดท้าย ได้มาด้วยความบังเอิญ
จากไอ้ต๊อบเจ้าเก่า อดีตพนักงาน
ร้านโสด วันหนึ่งไอ้ต๊อบชงโกโก้กินเอง ใส่นั่นนิด ผสมนี่หน่อย
แล้วก็เติม
ฟองนมจนล้นแก้ว ไอ้ต๊อบเกิดอาการปิ๊งไอเดีย
เดินไปที่กระดานเมนูด้วย
ความมั่นใจ หยิบชอล์คขึ้นมาเขียนที่กระดานดำ โกโก้ฟองฟอด by tob
................ แน๊ะ ทำ ไป ได้


edit @ 2005/09/11 13:31:25
edit @ 2005/09/11 13:33:15


edit @ 2005/09/11 13:35:37

2005/Sep/10


"เรื่องเล่าชาวโสด"

บทนำ ร้านโสด

เรื่องที่จะเขียนต่อไปนี้ อาจจะเรียกว่าเรื่องสั้น บทความ
เรื่องเล่า หรืออะไร
ก็แล้วแต่คุณผู้อ่านจะพิจารณากันเองนะคะ เรื่องเล่าร้านโสด
เคยถูกเขียนเป็น
เรื่องเป็นราวอยู่ตอนหนึ่งในไดอารี่เล่มเก่าที่ข้าพเจ้าได้เขียนไว้
แรงบันดาลใจจากไอ้ต๊อบ น้องเมเจอร์มนุษย์ไทย อดีตพนักงานร้านโสด
อารมณ์ศิลปินคนหนึ่ง
ไอ้ต๊อบและเพื่อนเคยชนะการประกวดนักร้องหน้าใหม่
ของค่ายดนตรีอ้วนกลม fat radio มาแล้ว
และเป็นผู้เขียนเนื้อเพลงฮิต
love at first sight และเป็นมือเบสประจำตำแหน่งของวง guligo
quest

ร้านกาแฟโสด หรือเรียกสั้นๆว่า ร้านโสด เรียกแบบอินเตอร์ว่า
sode cafe แห่งนี้ ไม่ได้เป็นร้านสวยงามมาตั้งแต่ต้น
แรกเริ่มเดิมที คือร้านกาแฟ crescendo ฟังดูชื่อคุ้นๆกันมั้ยคะ
crescendo หรือ ศัพท์ทางดนตรีที่แปลว่า เสียงที่ดังขึ้นเรื่อยๆๆ
มาในรูปแบบของรถตู้สีขาวเล็กๆ ทุกเย็น พี่มด
เจ้าของร้านจะขับรถตู้คันนี้
มาจอดที่ประตูคณะศึกษาศาสตร์ หลังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
พี่มดเปิดข้างรถ ลำเลียงอุปกรณ์ในการชงกาแฟ ออกมาวางหลังรถตู้
เครื่องชงกาแฟที่พี่มดนำมานั้น ยังเป็นเครื่องทำกาแฟแบบใช้มือโยก

แต่ก็นั่นแหล่ะ ยังไงกาแฟทุกแก้วที่พี่มดชง ก็หอมอร่อย
ติดใจข้าพเจ้ามาแล้ว



จากกาแฟสด หอม อร่อย คั่วบดเองจากที่บ้าน แก้วละแปดบาท
กลายมาเป็น ร้านเล็กๆตรงซอกมุมฝั่งตรงข้าม
ข้างตึกแถวร้านเช่าการ์ตูน
แต่เดิมที่ตรงนั้นเป็นเพียงแค่ทางเดินข้างตึกแถว
เพื่อใช้เป็นทางเดินจาก
หน้าร้านไปหลังร้าน
พี่มดตกลงต่อรองราคาค่าเช่ารายเดือนในราคาสี่พันบาท
ไม่รวมค่าน้ำค่าไฟ หลังจากนั้นเมื่อสองมือมีกำลังลงแรงไม่พอ
จึงมีอีกสองมือที่ยี่นเข้ามาช่วยเหลือ จ้อย
ได้เข้ามาเป็นหุ้นส่วนคนใหม่ของร้าน
ทั้งคู่ช่วยกันผสมปูน เทปูน เพื่อสร้างรากฐานของร้าน
และไม้ระแนงกั้นร้าน เป็นกำแพงปกป้อง หลังคาบังแดด บังฝนร้านโสด

ช่วงนั้น ขาประจำร้านกาแฟรถตู้ ได้ข้ามฟากมานั่งกินกาแฟแก้วละ
สิบห้าบาท
ที่ร้านโสดแล้ว บรยากาศของความเป็นกันเอง
ได้ก่อกำเนิดขึ้นภายในพื้นที่
เล็กๆของร้าน
ลูกค้าและเจ้าของร้านพูดคุยกันเหมือนรู้จักสนิทสนมกันมาจาก
ชาติที่แล้ว จากผม คุณ กลายมาเป็น +++ เมิง มันเริ่มตบหัว
เลียหน้ากันแล้ว
ขาประจำเหล่านี้ มีชีวิตประจำวันที่ขาดไม่ได้ คือ
ต้องมานั่งร้านโสดอย่างน้อย
ก็คนละหนึ่งชั่วโมงล่ะ เวลาหนึ่งชั่วโมงกับกาแฟหนึ่งแก้ว
แลกกับมิตรภาพ เสียงหัวเราะ เรื่องตลกลามก ข่าวสาร
เหตุบ้านการเมือง
เออ นี่มันใกล้เคียงสภากาแฟไปทุกทีแล้วนะเนี่ย

เมื่อเจ้าของร้าน และ ขาประจำร้านโสดมาเจอกัน
ความมันส์จึงเกิดขึ้น อยากอ่านต่อ ต้องอดใจรออีกนิด


นักเขียนมือใหม่ขออำลา อ่านแล้วกรุณาติ ชม ตามสบายนะคะ